logo prodec center

 สถาปัตยกรรมและ
งานก่อสร้าง

  ศู น ย์ ร ว ม มื อ อ า ชี พ
 ด้ า น ง า น ต ก แ ต่ ง
 
  เ ร า คื อ ผู้ ส ร้ า ง ส ร ร ค์ 
ค ว า ม ง า ม คู่ กั บ ป ร ะ โ ย ช น์
ใ ช้ ส อ ย ที่ ล ง ตั ว
เ พื่ อ ชี วิ ต ที่ เ ห นื อ ร ะ ดั บ ข อ ง คุ ณ
 

 

โทร 053-852390, 085-8663883  
Speak English 084-0467432
job@prodeccenter.com

แนวคิดการออกแบบบ้าน

แบบบ้าน

สไตล์ของบ้าน
- บ้านสไตล์ยุโรปและอเมริกัน
- บ้านสไตล์ A - Frame
- บังกะโล (Bungalow)
- บ้านสไตล์โคโลเนียล (Colonial Style)
- สไตล์กระท่อมคอตส์วอล (Cotswold Style)
- สไตล์ร่วมสมัย (Contemporary Style)
- บ้านไร่ (Country House or Farm House)
- สไตล์อเมริกันคราฟส์แมน (American Craftsman style)
- สไตล์ทูดอร์ (Tudor style)
- สไตล์กรีก (Greek Revival style)
- สไตล์อิตาเลียน (Italianate style)
- สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean style)
- สไตล์วิคตอเรียน (Victorian style)
- สไตล์สวิสชาเลต์ (Swiss Chalet) หรือบาวาเรียน (Bavarian Style)
- บ้านสไตล์ชนบทในยุโรป
- บ้านสไตล์โมเดิร์น Modern Style
- บ้านไทยประยุกต์ Thai Style
- บ้านร่วมสมัยชายทะเล Seaside Style
- สคันทรีร่วมสมัย Country Style
- สไตล์ทรอปิคอล Tropical Style
- โมเดิร์นร่วมสมัย Modern Contemporary Style

HOME บริการของเรา ผลงานของเรา สถาปัตยกรรมและงานก่อสร้าง ติดต่อเรา  

สไตล์ของบ้าน
จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าของบ้านและผู้ออกแบบ เพื่อให้ได้บ้านซึ่งพื้นที่ใช้สอยต่างๆตรงตามความต้องการแล้ว การวางตำแหน่งห้องต่างๆอย่างเหมาะสมจะทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้งานพื้นที่เหล่านั้นได้อย่างสะดวกสบายและมีความสุข แต่อย่างไรก็ดีคุณค่าของบ้านด้านความสวยงามก็เป็นสิ่งที่สวยงามก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน

ความสวยงามของบ้าน สามารถสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตหรือก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์แก่ผู้อยู่อาศัย บ้านบางหลังจะมีบุคลิกเฉพาะตัว ซึ่งสามารถรับรู้ได้เมื่อเห็นท่านอาจมีความรู้สึกต่อบ้านที่แตกต่างกัน เช่น หลังนี้ดูสวยงามแบบน่ารัก อีกหลังอาจดูสวยแบบโบราณที่มีเรื่องเล่ามากมายอยู่เบื้องหลัง เป็นต้น

สไตล์ของบ้านหรือรูปแบบทางสถาปัตยกรรม (Architectural Style) ของบ้านจะมาจากรูปแบบที่เห็นภายนอกของบ้านเป็นหลัก ความแตกต่างที่สร้างสไตล์มาจากลักษณะภายนอกที่ปรากฏสู่สายตา เช่น เสา ประตู หน้าต่าง หลังคา ผนังภายนอกและอื่นๆ ซึ่งมีรูปแบบและวัสดุที่ใช้ก่อสร้างต่างกัน

สำหรับท่านที่ชื่นชอบบ้านแนวชาติตะวันตก อาจศึกษาจากบ้านในแถบยุโรป เนื่องจากมีการพัฒนารูปแบบบ้านหลากหลายตามสภาพภูมิประเทศและอากาศ โดยในสหรัฐอเมริกาได้มีการจำแนกรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของบ้านหลักๆ ดังนี้

บ้านสไตล์ยุโรปและอเมริกัน
การเลือกสไตล์บ้านของท่านตามรูปแบบของยุโรปและสหรัฐอเมริกานั้น ท่านอาจหารูปบ้านและบรรยากาศที่ต้องการให้กับสถาปนิก เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบ แต่แบบบ้านของท่านอาจมีการปรับเปลี่ยนไปจากสไตล์ที่ต้องการบ้าง ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศของเมืองไทย เช่น ท่านต้องการแบบบ้านสไตล์ยุโรปที่มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็นฝนตกน้อยและอาจมีหิมะ คนแถบนั้นจึงต้องการแสงแดด ดังนั้น บ้านจึงมักไม่ค่อยมีกันสาด แต่บ้านที่สร้างแบบนี้เมื่อต้องพบกับฝนที่ตกหนักในฤดูฝนบ้านเราซึ่งมีลมแรงร่วมด้วยก็อาจจะมีปัญหาการรั่วซึมของน้ำฝน และสำหรับแสงแดดในบ้านเราเป็นสิ่งที่มีตลอดปีและรุนแรงกว่าทุกปีและรุนแรงกว่าทางยุโรปจะส่งผลให้ภายในบ้านร้อนอบอ้าวได้

การเอาสไตล์บ้านในยุโรปมาใช้ในประเทศไทย จึงควรมีการปรับปรุงบางส่วนตามความเหมาะสม โดยยังคงบรรยากาศเอาไว้ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายของสถาปนิกผู้ออกแบบที่ทำให้ได้ ทั้งนี้รูปแบบทางสถาปัตยกรรมหรือสไตล์ของบ้านแบ่งได้ดังนี้

บ้านสไตล์ A - Frame
บ้านแบบนี้มีลักษณะเด่น คือ รูปแบบหลังคายาวลงมาเกือบถึงระดับพื้น โดยในสหรัฐอเมริกามีการนำมาสร้างและเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นช่วงประมาณ พ.ศ.2498 ในประเทศไทยบ้านที่มีรูปทรง A – Frame มักนิยมทำเป็นบังกะโลที่พักอาศัยในเมืองพักผ่อน หรือเป็นบ้านหลังที่สองในชนบท

โครงสร้างบ้านเรียบง่ายในต่างประเทศอาจมีช่องเปิดขึ้นสู่ห้องใต้หลังคา แต่ในประเทศไทยอาจใช้กันน้อยจากปัญหาความร้อนใต้หลังคา แต่รูปแบบ A – Frame ทำให้แบบบ้านดูทันสมัยและการก่อสร้างไม่ซับซ้อนมาก ราคาเฉลี่ยโดยไม่สูงจึงเหมาะกับการสร้างเป็นบ้านพักผ่อนหลังที่สอง

[Back]

บังกะโล (Bungalow)
บังกะโลจะหมายถึงบ้านเดี่ยวที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ส่วนใหญ่มักสร้างชั้นเดียว หรืออาจมีชั้นลอยเพิ่มขึ้นโดยพื้นที่ห้องอยู่ช่วงลาดของหลังคา ตัวบ้านมักยกพื้นสูงจากระดับดินพอสมควรมีบันไดขึ้นและมีเฉลียงหน้าบ้านกว้างสำหรับนั่งเล่นรับลม เหมาะสำหรับเป็นบ้านพักผ่อนหรือเป็นชายหาด

[Back]

บ้านสไตล์โคโลเนียล (Colonial Style)
บ้านสไตล์นี้หมายถึงบ้านในยุคอาณานิคมนี้โดยทั่วไปจะมีลักษณะรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มักมีพื้นชั้นสองยื่นออกจากแนวอาคารชั้นล่างหรืออาจมีเฉลียงหรือมุขทางเข้าบ้าน โดย Colonial Style ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นประมาณ พ.ศ.2400 เป็นต้นมา ซึ่งยุคสมัยที่ชาติตะวันตกที่เจริญกว่าทางด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะการทหาร ขยายอาณานิคมมายังประเทศที่ยังล้าหลังกว่าเพื่อหาผลประโยชน์ทางการค้าต่างๆ

บ้านแบบอาณานิคมหรือสไตล์โคโลเนียลในบ้านเรา มีสร้างกันมากในสมัยรัชการที่ 5 ซึ่งเรียกกันว่าบ้านฝรั่ง (ภาษาจีนแต้จิ๋วว่า“อั่งม่อเล้า”) อาจต่างกับในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีหลายแบบ เช่น British , French , Spanish หรือ Dutch Colonial เป็นต้น โดยจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปบ้างในแถบบ้านเราจะมีสถาปัตยกรรมแบบนี้ให้เห็นได้บ้างและหาดูได้ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย เป็นต้น

[Back]

สไตล์กระท่อมคอตส์วอล (Cotswold Style)
คำว่า Cotswold เป็นชื่อเรียกแกะสายพันธุ์หนึ่งในประเทศอังกฤษ (United Kingdom) ที่มีลักษณะเฉพาะคือมีขนยาว เลี้ยงกันที่เมือง Cotswold Hills ในชนบททางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ บ้านในชนบทแบบนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวคือผนังก่อด้วยหิน Cotswold ที่มีสีออกเหลือง หลังคามุงด้วยกระเบื้องหินชนวน มีปล่องควันเด่นชัดที่ยื่นออกจากตัวบ้านและประตูทางเข้าค่อนข้างต่ำ

[Back]

สไตล์ร่วมสมัย (Contemporary Style)
บ้านแบบร่วมสมัย จะดูเป็นบ้านที่ผสมผสานความอบอุ่นสบายของบ้านยุคก่อนกับการตกแต่งสมัยใหม่ที่เน้นความเรียบง่าย ลักษณะเด่นของสไตล์นี้ คือ ผนังภายนอกดูเรียบๆมีงานตกแต่งน้อยการใช้สีก็ดูไม่ฉูดฉาด โดยมักสีโทนกลางๆ

[Back]

 

บ้านไร่ (Country House or Farm House)
บ้านไร่หรือบ้านฟาร์มตามแนวของคนอเมริกัน จะมีลักษณะเด่นตรงที่มีระเบียงหรือเฉลียงหน้าบ้านกว้างขวาง บางหลังอาจมีรอบบ้าน หลังคาทรงจั่วค่อนข้างชัน และอาจมีช่องหน้าต่างของห้องใต้หลังคาเป็นมุขยื่นออกมาจากหลังคา

[Back]

สไตล์อเมริกันคราฟส์แมน (American Craftsman style)
คำว่า Craftsman หมายถึง ช่างฝีมือ ซึ่งให้ความหมายของบ้านแบบนี้ว่า มีงานก่อสร้างที่สวยงาม มีงานตกแต่งที่ทำด้วยมือ โดยลักษณะเด่นคือหลังคาไม่ชันมาก มักมีไม้จันทันตัดแต่งยื่นออกมาจากชายหลังคามีชายคากว้าง มีงานฝ้าชายคาไม้อาจมีเท้าแขนตกแต่ง เสาไม้สี่เหลี่ยมรับหลังคาที่มีการตกแต่ง เช่น ลบมุมหรือเรียวเล็กลงจากโคนเสาใช้หัวเสา เป็นต้น

[Back]

สไตล์ทูดอร์ (Tudor style)
บ้านสไตล์ทูดอร์ ผู้ออกแบบบางท่านอาจเรียกว่า บ้านสไตล์อังกฤษ เนื่องจากลักษณะเฉพาะตัวของบ้านที่พัฒนาในประเทศอังกฤษ ระหว่างศตวรรษที่ 20 นี้ โดยคงกลิ่งอายของรูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารสมัย Tudor (1485 - 1603)
สำหรับบ้านที่ออกแบบสไตล์นี้จะดูเรียบๆไม่หรูหรา ให้ความรู้สึกชนบท(ในประเทศอังกฤษ) รูปทรงหลังคารูปจั่ว โครงสร้างหลักของอาคารเป็นไม้ โดยผนังแซมด้วยงานก่ออิฐหรือหิน มีช่องหน้าต่างแบบคู่ พื้นชั้นสองมักยื่นออก โดยมีชิ้นส่วนค้ำยันลักษณะเท้าแขนรองรับ มีมุขยื่นของหน้าต่างบ้านสไตล์ทูดอร์ ในยุคแรกมีการมุงหลังคาด้วยฟาง ซึ่งทำดูสวยงามสะดุดตาไปอีกแบบ

[Back]

สไตล์กรีก (Greek Revival style)
เจ้าของบ้านบางท่านอาจชอบบ้านที่โอ่อ่าดูสง่างามแบบวิหารสมัยกรีก โดยลักษณะเด่นอยู่ที่มุขหลังคา ด้านหน้าทรงจั่ว ความชันน้อย ตกแต่งด้วยเสาร์สูง ประดับด้วยปูนปั้น(บ้านเราเรียกเสาโรมัน) อาคารสไตล์นี้ได้พัฒนามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และ 19 เมื่อมีการศึกษาทางโบราณคดีของสถาปัตยกรรมกรีกและโรมันเกี่ยวกับสัดส่วนอาคารหลัก ได้แก่ สัดส่วน Doric , Ionic และ Corinthian และนำมาประยุกต์ใช้ในการออกอาคตารได้อย่างสง่างาม

[Back]

สไตล์อิตาเลียน (Italianate style)
บ้านสไตล์นี้ได้เริ่มพัฒนาขึ้นในประเทศอังกฤษประมาณต้นศตวรรษที่ 19 และมีการนำแนวคิดนี้ไปใช้ในการออกแบบประทศต่างๆ โดยมีลักษณะเด่น คือ หลังคาเป็นดาดฟ้าเรียบหรือเป็นทรงปั้นหยาที่ค่อนข้างลาด มักมีงานชายคาปูปั้นตกแต่งด้วยเท้าแขน อาจมีหอคอยชมวิว(คล้ายหอระฆัง) ประกอบอยู่ที่หลังคา สำหรับรูปทรงของตัวบ้านมักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า

[Back]

สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean style)
บ้านแบบเมดิเตอร์เรเนียน ได้พัฒนาขึ้นในสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1920 – 1930 โดยอิงรูปแบบสถาปัตยกรรมยุคฟื้นฟู(ศตวรรษที่ 16) ของพระราชวังและบ้านพักตากอากาศในอิตาลี โดยปัจจุบันจะพบมากในสหรัฐอเมริกา แถบรัฐแคลิฟอร์เนียร์(California) และรัฐฟลอริดา(Florida) รวมถึงเมืองตากอากาศแถบชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนที่ขึ้นชื่อ เช่น แคว้นทัสคานี(Tuscany) ในประเทศอิตาลีหรือเมืองโปรวองซ์(Provence) ในประเทศฝรั่งเศส

บ้านสไตล์นี้อาจมีหลายชั้น รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม มี่ด้านหน้าบ้านเป็นสมมาตร หลังคาไม่ชันมาก มุงด้วยกระเบื้องดินเผา ผนังภายนอกมักเป็นปูนฉาบ มีช่องประตูหรือหน้าต่าง โค้งรอบๆบบ้านโดยบางแห่งอาจมีแสดงรายละเอียดอิฐหรือหินหรือหินหลักยอดโค้ง(Keystone) ด้วยสำหรับกำแพงกันตกหรือรั่วมัดรวมกันปูกระเบื้องปิดสัน
ตัวบ้านมักมีระเบียงยื่นอาจมีการใช้หน้าต่างบานเกล็ดไม้ มีการใช้งานโลหะตกแต่ง ทำจากเหล็กเหนียวดัด(Wrought Iron) ทองเหลือง อัลลอยด์ หรืออื่นๆ ซึ่งอาจทำลวดลายพื้นๆไปถึงถึงงานวิจิตรพิสดารได้

[Back]

สไตล์วิคตอเรียน (Victorian style)
ชื่อบ้านสไตล์วิกตอเรียนมาจากช่วงเวลาของการพัฒนาบ้านแบบนี้ขึ้นมา ขึ้นอยู่ในยุควิคตอเรียน(Victorian era , 1837 - 1901) ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศอังกฤษปกครองโดยราชินีวิคตอเรีย(Queen Victoria) โดยในยุคนี้ประเทศอังกฤษค่อนข้างสงบสุข มีการขยายอาณานิคมออกไปกว้างขวางและมั่นคง จึงส่งผลทำให้สภาพเศรษฐกิจที่ดี การผลิตเริ่มเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม มีการอพยพเข้าเมืองมาก จึงทำให้เกิดชนชั้นกลางที่มีฐานะดีขึ้นและต้องการบ้านอยู่อาศัยในเมืองประกอบกับภาษีด้านวัสดุก่อสร้างประเภทอิฐและกระจกลดลง ทำให้ราคาวัสดุเหล่านี้ถูกลงและมีมาตรฐานทางอุตสาหากรรม จึงทำให้บ้านยุคนี้ใช้วัสดุอิฐก่อมาก

บ้านสไตล์วิกตอเรียได้รับอิทธิพลจากรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีมาก่อนหน้านี้ เช่น สไตล์อิตาเลียน(Italianate Style) สไตล์โกธิค(Gothic) นิยมสร้างเป็นแบบเทอเรซเฮาส์(Terrace House) หรือบ้านเราเรียนทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยว โดยอาจทำเป็นสองถึงสามชั้น มีการตกแต่งภายนอกมากให้ดูหรูหรา มีมุขหน้าประตูทางเข้าซึ่งบางหลังทำเป็นรูปโค้ง อาจทำเป็นเฉลียงรอบ ห้องภายในบ้านที่มีลักษณะพิเศษ เช่น ห้องแปดเหลี่ยม หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา หน้าต่างที่นิยมใช้เป็นบานกระจกแบบเลื่อนขึ้นบน(Sash Windows) และค่อนข้างมีขนาดใหญ่ โดยการตกแต่งสวยงามแปลกตา

[Back]

สไตล์สวิสชาเลต์ (Swiss Chalet) หรือบาวาเรียน (Bavarian Style)
คำว่า Chalet หมายถึง บ้านหรือที่พักอาศัยที่สร้างด้วยไม้ หลังคาลาดเอียงทรงจั่ว มีชายคายื่นโชว์จันทันไม้ตกแต่ง บ้านอาจสร้างชั้นเดียวหรือสองชั้น โดยชั้นบนมักมีระเบียงด้านหน้า ซึ่งนิยมทำรางปลูกไม้ดอกประดับด้วยผนังภายนอกสร้างด้วยไม้ ในปัจจุบันอาจเป็นงานก่ออิฐฉาบปูนผสมซึ่งคล้ายคลึงกับสไตล์บาวาเรียน
เราสามารถพบบ้านสไตล์นี้มากในประเทศสวิสเซอร์แลนด์และในเมืองตากอากาศ ประเภทสกีรีสอร์ทแถบเทือกเขาแอลป์ในยุโรป สำหรับบ้านสไตล์ชาวเลต์บางแห่งอาจปรับเปลี่ยนวัสดุงานผนังภายนอกเป็นแบบท่อนซุง ก็จะให้ความรู้สึกของบ้านเล็กในป่าใหญ่ ซึ่งจะเรียกว่าบ้านแบบ Log Home หรือบ้านซุง

[Back]

บ้านสไตล์ชนบทในยุโรป
ทวีปยุโรปประกอบด้วยประเทศขนาดเล็กติดต่อกัน จึงมีการไปมาหาสู่ค้าขายกันตลอดมาจากอดีต ดังนั้นวัฒนธรรมต่างๆก็มีส่วนคล้ายคลึงกันเช่นเดียวกัน บ้านในชนบทบทแถบนี้จึงมีส่วนคล้ายคลึงกันอาจด้วยสภาพภูมิอากาศ รวมถึงวัสดุก่อสร้างที่ทนทาน ได้แก่ หินมาใช้ในการก่อสร้างตั้งแต่โบราณ เราจึงสามารถพบเห็บบ้านเก่าอายุเป็นร้อยปีได้ในหลายๆพพื้นที่
การนำเสนอสไตล์บ้านข้างต้น ก็เป็นเฉพาะสไตล์ยุโรปและอเมริกาที่เป็นที่รู้จักกันในบ้านเราโดยทั่วไปเท่านั้น สำหรับสไตล์อื่นๆผู้สนใจอาจหาศึกษาเพิ่มเติม ทั้งนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปรู้สึกในแต่ละสไตล์บ้านที่ชอบจากนิตยสารต่างๆไว้ให้ผู้ออกแบบดู ก็จะมีประโยชน์มากในการออกแบบบ้านสไตล์ของท่านเอง
ทั้งนี้ในการออกแบบบ้านนั้นท่านควรพิจารณาความต้องการของห้องและพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ลองดูตำแหน่งที่ตั้งของห้องเหล่านั้นในตัวบ้านว่าสะดวกสบายในการใช้งานหรือไม่รวมถึงให้ตรวจสอบดูพื้นที่ใช้สอยตามแบบแปลนก่อนว่าถูกต้องหรือเพียงพอหรือไม่ จากนั้นจึงขอให้ผู้ออกแบบช่วยออกแบบตกแต่งให้ได้รูปแบบทางสถาปัตยกรรมตามที่ต้องการต่อไป

[Back]
ข้อมูลทางบรรณานุกรม หอสมุดแห่งชาติ
วิสูตร จิระดำเกิง, หนังสือไอเดียออกแบบบ้าน, ปทุมธานี: กรรณกวี, 2554 หน้า 55-96
 

บ้านสไตล์โมเดิร์น Modern Style
บ้านไทยในสไตล์โมเดิร์นเกือบทั้งหมดได้รับอิทธิพลจากทางฝั่งตะวันตก ตั้งแต่เริ่มแรกของการก่อเกิดสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นในต้นศตวรรษ 1900 โดยสไตล์นี้ได้กลั่นกรองและตัดทอนความซับซ้อนต่างๆทั้งในด้านรูปทรงของอาคารตลอดจนการประดับประดาตกแต่งรูปแผงหน้าอาคาร และได้รับความนิยมจนกลายเป็นพระเอกในวงการสถาปัตยกรรมอยู่หลายสิบปีจนปัจจุบันนี้
สไตล์โมเดิร์น มีวิวัฒนาการมาจากวามก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างและวัสดุหลังจากสถาปัตยกรรมไทยได้รับอิทธิพลและแนวความคิดดังกล่าวมาผสมผสานกับรูปแบบของบ้านไทยและวิถีชีวิตแบบไทย การออกแบบที่อยู่อาศัยจึงค่อยๆมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงหรือแปลกออกไปจากเดิม และหลายครั้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ส่งผลกระทบไปถึงวิถีการดำเนินชีวิตที่เป็นไปตามวิถีของชาวตะวันตก
ไม่เพียงแต่แนวคิดในการออกแบบที่เปลี่ยนแปลงไป งานวัสดุก่อสร้างก็ถูกปรับไปตามการออกแบบอีกเช่นกัน ในงานสไตล์โมเดิร์นจะพบว่า  งานวัสดุที่นำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ งานคอนกรีต งานโลหะ เช่น เหล็กอลูมิเนียม งานแผงกระจกที่มีขนาดใหญ่

1.หลังคาโลหะ
หลังคาของบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์นเป็นจุดเด่นที่สามารถมองเห็นได้ง่ายก่อนส่วนอื่นของบ้าน แม่จะมองจากระยะไกลๆ เนื่องจากมีรูปร่างที่ดูแปลกตา เช่น แบนราบ โค้งงอ หรือแม้กระทั่งบิ้ดเบี้ยวเป็นรูปทรงอิสระ ดังนั้นวัสดุทำหลังคาจึงต้องมีคุณสมบัติที่สามารถตอบสนองได้ดีทั้งในด้านความสะดวกในการดัดแปลงรูปทรงตามความคิดของสถาปนิกและการป้องการน้ำฝน และความร้อน หลังคาโลหะจึงเป็นหลังคาที่นิยมใช้กับอาคารสไตล์โมเดิร์น

2.วงกบอะลูมิเนียม
อะลูมิเนียมเป็นโลหะผสมที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรงพอที่จะนำมาพัฒนาเป็นชิ้นส่วนต่างๆได้อย่างมากมาย อาทิเช่น ยานอวกาศ รถยนต์ รถจักรยาน จนถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับบ้านพักอาศัย ซึ่งที่โดดเด่นและเป็นที่นิยมมากได้แก่ วงกบประตูหน้าต่าง โดยปัจจุบันผู้ผลิตวงกบอะลูมิเนียมแต่ละรายได้พัฒนาความรู้ในการผลิตจนทำให้วงกบอะลูมิเนียมมีความสมบูรณ์แบบในตัวเอง จึงสามารถใช้กับล้านพักอาศัยได้ในทุกสภาพภูมิอากาศทั่วทุกภูมิภาค

3.งานไม้ภายนอกอาคาร
ไม้เป็นวัสดุธรรมชาติที่มีคุณสมบัติรับแรงดึงและแรงอัดจึงสามารถใช้เป็นโครงสร้างได้แทบทุกส่วน เช่น เสา คาน โครง หลังคา พื้น บันได ฯลฯ นอกจากนั้นแล้วไม้ยังเป็นได้แทบทุกสไตล์เนื่องจากไม้มีลวดลายที่สวยงาม มีสีสันที่แตกต่างกันไปตามชนิดของไม้ อีกทั้งสามารถย้อมสีให้เกิดสีสันที่แปลกตาออกไปได้อีกหลายวิธี

4.ปูนขัดมัน
ผิวปูนขัดมันเป็นผิวหนังและผิวพื้นที่ให้ความรู้สึกดิบๆแสดงให้เห็นถึงเนื้อแท้ของวัตถุแน่นอนว่าความเท่แบบนี้เป็นที่ชื่นชอบกันมากในบ้านสมัยใหม่สไตล์โมเดิร์นและมินิมัลแม้ว่างานจะดิบ แต่การทำให้สวยนั้นยาก ช่างที่ทำปูนขัดมันสวยๆนั้นต้องเชี่ยวชาญพอตัวเลยทีเดียว โดยปกติแล้วงานพื้นขัดมันนั้นจะง่ายกว่าผนังขัดมันซึ่งมักมีปัญหาการล่อน การแตกลายงา และผิวดูด้านๆมองแล้วไม่ได้อารมณ์ที่ต้องการ

[Back]
 

บ้านไทยประยุกต์ Thai Style
คำว่าไทย “ประยุกต์” นั้นถ้าแปลตรงตัวก็มีความหมายว่า การนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือการนำวิทยาการต่างๆมาผสมผสาน หรือผนวกใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น เมื่อนำมาใช้กับคำว่า “บ้านไทย”จึงน่าจะให้ความหมายถึง การนำรูปแบบบ้านไทย เช่น รูปทรงหรือรูปลักษณ์ของอาคารมาปรัใช้ให้สัมพันธ์กับวัสดุ เทคโนโลยี และประโยชน์ใช้สอยแบบชีวิตที่ทันสมัยในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นไทยด้วย

เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น อาจดูจากรูปแบบที่เปลี่ยนไปของหน้าต่าง ซึ้งบ้านไทยแต่ดั้งเดิมนิยมทำหน้าต่างลักษณะทรงสูง(คล้ายประตู)จนเกือบจรดพื้น ก็เนื่องจากความต้องการเรื่องการระบายอากาศ และพฤติกรรมการนอนของคนไทยที่เดิมนิยมนอนบนพื้นห้อง การทำช่องหน้าต่างในแบบทรงสูงจึงได้ประโยชน์ทั้งการระบายอากาศการรับมุมมองที่ดีจากในบ้าน อีกทั้งยังคงความเป็นส่วนตัวได้ดี แต่เมื่อนำมาประยุกต์เป็นบ้านปัจจุบันมักใช้ระบบปรับอากาศ และพฤติกรรมการนอนบนเตียงยกสูงแบบตะวันตก จึงแปรสภาพรูปทรงหน้าต่างเป็นหน้าต่างลูกฟักกระจกใส และสูงจากพื้นห้อง 0.90 เมตร ซึ่งแม้ปิดหน้าต่างเพื่อเปิดแอร์ก็ยังมองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอก และแม้จะนอนเอกเขนกบนเตียงก็ยังมีความเป็นส่วนตัวอยู่ได้
นี่เป็นตัวอย่างง่ายๆของการประยุกต์ไปตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบปัจจุบัน

ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตสามารถทำวัสดุให้ดูเป็นธรรมชาติขณะเดียวกันก็สามารถแก้ปัญหาเดิมๆ เช่น การแตกร้าว รั่วซึม รวมถึงการเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วของวัสดุธรรมชาติ ฯลฯทำให้บ้านไทยประยุกต์สามารถตอบสนองทั้งในด้านรูปแบบและการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น

1.ผนังไม้ซ้อนเกล็ด
ผนังไม้ช้อนเกล็ดเป็นผนังไม้แบบไทยๆสามารถกันแดดกันฝนได้ดี แต่เดิมใช้ไม้ธรรมชาติมาแปรรูปเป็นแผ่น มีหน้ากว้างประมาณ 4 นิ้ว หนา 10-15 มิลลิเมตร ไม้ที่ใช้ก็ได้แก่ไม้ในตระกูลไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้สัก ต่อมาภายหลังเริ่มหาไม้ดีๆลายสวยๆมาใช้งานได้ยากขึ้น จงทำให้ไม้ซ้อนเกล็ดมีราคาแพงจนกระทั่งหลายครั้งเราพบว่าไม้เก่าที่รื้อมาถูกนำกลับมาใช้ซ้ำอีกนอกจากตัววัสดุไม้ธรรมชาติที่มีราคาแพงแล้ว ผู้ใช้งานยังต้องดูแลรักษากันอย่างดี นับตั้งแต่การทาน้ำยากันปลวกและน้ำยารักษากันอย่างดี นับตั้งแต่การทาน้ำยากันปลวกและน้ำยารักษาเนื้อไม้ประเภทต่างๆอยู่เป็นประจำ

2.หลังคากระเบื้องไม้
หลังคากระเบื้องไม้ หรือที่หลายๆท่านเรียกว่า “หลังคาแป้นเกล็ด” เป็นหลังคาที่มีลักษณะเป็นแผนไม้สี่เหลี่ยมนำมาวางเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบคล้ายกับการเรียงกระเบื้องหม่อม กระเบื้องไม้นี้พบว่านิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในงานสถาปัตยกรรมในเขตภาคเหนือ จนถึงอีสานตอนเหนือบ้างไม่เพียงแต่จะใช้เป็นวัสดุมุงหลังคาบ้านเท่านั้น กระเบื้องไม้ยังนำไปใช้เป็นหลังคาศาสนสถานหลายๆแห่งอีกด้วย

3.หลังคากระเบื้องดินเผา
กระเบื้องมุงหลังคาดินเผาเกิดมาในยุคอดีตกาลตั้งแต่มนุษย์รู้จักการทำภาชนะเครื่องปั้นดินเผา โดยมีวิวัฒนาการมาอย่างช้าๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระเบื้องดินเผาในอดีตและปัจจุบันยังมีรูปร่างหน้าตาและวิธีการติดตั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก นั่นคงเป็นเพราะว่า ผู้ที่หลงใหลในกระเบื้องชนิดนี้คงชื่นชอบความเก่าและความเป็นธรรมชาติแบบคลาสสิคอยู่นั่นเอง

4.พื้นทรายล้าง
พื้นทรายล้างเป็นผิวพื้นชนิดหยาบ และไม่เรียบลื่นจนเกินไปมองรวมๆแล้วคล้ายกับพื้นทรายหยาบๆตามชายทะเล จึงเหมาะกับการใช้งานในบริเวณกลางแจ้งหรือกึ่งกลางแจ้ง เช่น ทางเดินรอบบ้าน ลานนั่งเล่น ทางเดินข้างสระว่ายน้ำ ระเบียง ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ไม่ลื่น ราคาค่าทำไม่สูง ประกอบกับวัสดุกาได้ในบ้านเรานี่เอง จึงทำให้พื้นทรายล้างเป็นที่นิยมปละพบเห็นได้ในแทบทุกบ้าน หากพัฒนาในด้านความสวยงามก็สามารถที่จะทำได้ง่ายๆด้วยการจัดแพตเทิร์นให้สลับหรือผสานกับวัสดุอื่นๆ

5.กระเบื้องเคลือบดินเผา
กระเบื้องเคลือบดินเผาสำหรับปูพื้นห้องและปูผนัง ถือได้ว่าเป็นรูปแบบการตกแต่งพื้นผิวที่เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นทางภาคเหนือของไทย เพราะวัสดุที่ทำนั้นมาจากธรรมชาติล้วนๆ และมักออกแบบให้มีสีสันเรียบง่าย ไม่ฉูดฉาด จึงให้ความรู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สไตล์ของกระเบื้องดินเผาจะพัฒนารูปแบบไปในเชิงอนุรักษ์ลวดลายแบบเดิม

6.ประตู-หน้าต่างไม้
ประตู-หน้าต่างไม้เป็นส่วนประกอบของบ้านที่ส่งเสริมให้ตัวบ้านดูดี มีคุณค่ามากขึ้น งานประตู-หน้าต่างไม้ที่มีความประณีตในการเข้าไม้ในส่วนต่างๆของวงกบและตัวบาน รวมไปถึงสีสัน และลวดลายเนื้อไม้ ล้วนแสดงออกให้เห็นได้ถึงความเอาใจใส่และพิถีของเจ้าของบ้านและผู้ก่อสร้าง ประตู-หน้าต่างไม้ในบ้านเรานิยมใช้ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้แดง ซึ่งมีลายไม้สวยงาม แข็งแรง และทนต่อปลวก มอด แมลงต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันผู้ที่ต้องการใช้ไม้ในราคาที่ต่ำลงมาในท้องตลาด ก็ยังสามารถเลือกใช้ไม้เนื้อแข็งอื่นๆได้อีกหลายประเภทซึ่งเราสามารถสอบถามคุณภาพของไม้ได้จากผู้จำหน่าย

[Back]
 

บ้านร่วมสมัยชายทะเล Seaside Style
จากข้อได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทยที่มีชายฝั่งทะเลยาวจนเกือบ 3,000กิโลเมตร(ยังไม่นับรวมถึงเกาะต่างๆ) รวมทั้งมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรเป็นอย่างมากทำให้พื้นที่ชายทะเลเป็นพื้นที่ที่มีราคาค่อนข้างสูง การจะมีบ้านริมทะเลสักหลังจึงเหมือนเป็นความฝันของคนอีกหลายคน ในสมัยก่อนนั้นผู้มีฐานะและเจ้านายระดับสูงนิยมมีบ้านพักริมทะเลหัวหิน ซึ่งนิยมทำเป็นบ้านสไตล์เรือนขนมปังขิงที่มีลวดลายฉลุไปตามเชิงชายหลังคากระเบื้องว่าว พร้อมตัวอาคารบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ใช้ไม้เป็นส่วนประกอบหลักทั้งพื้นและผนัง ตลอดจนช่องประตู-หน้าต่างที่มีทรงสูงจรดพื้น สามารถเปิดรับลมทะเลได้อย่างเต็มที่

ปัจจุบันนี้ยังสามารถพบเห็นอาคารริมทะเลที่เจ้าของบ้านดูแลไว้เป็นอยางดียืนตระหง่านรับลมทะเลชายหาดหัวหินอยู่หลายหลัง แต่ด้วยกระแสงานออกแบบที่ได้แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทำให้บ้านริมทะเลมีรูปลักษณ์เปลี่ยนไปในสไตล์ที่ดูเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ดูโปร่งๆโล่งๆ ชมทะเลได้ในมุมกว้าง และการเลือกใช้วัสดุที่แปลกออกไปตามที่เทคโนโลยีสมัยใหม่จะผลิตขึ้นมาได้ แต่ยังคงภาพลักษณ์ของความเป็นธรรมชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมแบบชายทะเลเอาไว้

1.ผนังหินธรรมชาติ
บรรยากาศแบบชายทะเลโดยทั่วไปมักพบเห็นภูมิประเทศในลักษณะหน้าผาหินแกรนิตสลับกับหาดทราย ทำให้บ้านในแถบชายทะเลมักนิยมจำลองธรรมชาติมาไว้ในบ้าน ในสวน ที่นิยมกันมากก็คือผนังหินธรรมชาติ โดยเฉพาะหินแกรนิตและหินภูเขาซึ่งแลดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด การก่อสร้างทั่วไปมักทำผนังก่ออิฐมอญธรรมดาๆ เป็นไส้ในและใช้หินแกรนิตตัดแบ่งหรือกะเทาะออกมาเป็นชิ้นๆเหมือนจิ๊กซอว์ปูเรียงต่อเนื่องกันเป็นผิวผนัง ช่วงที่มีฝีมือมากๆจะสามารถตัดแต่งชั้นหินแกรนิตได้อย่างแนบเนียน

2.พื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย
คอนกรีตพิมพ์ลายเป็นกรรมวิธีใหม่ในการตกแต่งผิวพื้นเดิมที่เคยถูกมองข้ามให้กลับมีชีวิตชีวาและมีคุณค่าขึ้นมาอย่างน่าแปลกใจ ไม่ว่าจะเป็นผิวพื้นทางเดิน โรงรถ ลานพักผ่อน หรือแม้แต่ถนนทางเข้าบ้าน ด้วยกรรมวิธีพิมพ์ลายด้วยแม่พิมพ์ยางที่กดลงบนผิวปูนเปียก เปิดเป็นลวดลายหินธรรมชาติได้หลากหลายรูปแบบ

3.สีเทกซ์เจอร์
บ้านชายทะเลแบบท้องถิ่นหลายๆแห่งในโลกมีกรรมวิธีตกแต่งผนังภายนอกด้วยวัสดุท้องถิ่นแบบธรรมชาติ เช่น การฉาบแต่งผิวด้วยซีเมนต์หยาบๆแล้วทาสี ซึ่งไม่เน้นถึงความเรียบร้อย จึงกลายเป็นงานแฮนด์เมด ได้ความรู้สึกแบบพื้นๆสบายๆได้เหมือนกัน

4.สแตนเลส
สำหรับบ้านพักอาศัยริมทะเลมักมีสแตนเลสเป็นส่วนประกอบด้วยเสมอ เนื่องจากเป็นวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนได้อย่างดี จึงมักนิยมใช้เป็นราวบันได ราวกันตก ลูกบันไดภายนอกบ้านตลอดจนลวดลายประดับตกแต่งต่างๆ

[Back]
 

คันทรีร่วมสมัย Country Style
บ้านสไตล์คันทรีเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยของชนทางฝั่งตะวันตกโดยแท้ บ้านคันทรีมีเอกลักษณ์ที่ดูอบอุ่นเป็นกันเอง เป็นบ้านที่น่ารัก น่าอยู่ โดยองค์ประกอบของบ้านใช้วัสดุไม้เป็นหลักเรียกว่าเกือบร้อยเปอร์เซนต์ก็ว่าได้ดังนั้นจึงพบว่ามีงานฝีมือทั้งในด้านงานแกะ งานกลึงไม้ งานเข้าสลักไม้ต่างๆให้เห็นอยู่ทั่วไป

นอกจากงานไม้ที่เห็นได้ง่ายจากรูปลักษณ์ภายนอกของบ้านแล้ว งานตกแต่งภายในและสิ่งของที่ประดับประดาในบ้านก็ยิ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดกลิ่นอายแบบสไตล์คันทรี ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอหรือผ้าปัก(quilt) ตู้ไม้ขนาดใหญ่ เก้าอี้ไม้โยก ชุดเก้าอี้หวาย โคมไฟ หรือแม้แต่แจกันดอกไม้และการจัดดอกไม้

1.หลังคาชิงเกิ้ล(shingled roof)
จุดที่สะดุดตาของบ้านสไตล์คันทรีอย่างหนึ่งก็คือหลังคาวัสดุที่บ้านสไตล์นี้นิยมใช้กันมากคือ หลังคาซิงเกิ้ล แต่ดั้งเดิมการมุงหลังคาของบ้านสไตล์คันทรีนิยมใช้แผ่นไม้ หรือเรียกว่า “แป้นเกล็ด” ที่ทำจากไม้สนเนื้อแข็ง หรือไม้ซีดาร์ ต่อมาภายหลังมักมีปัญหาเรื่องการยืดหดตัวของแผ่นไม้ ทำให้เกิดปัญหาการรั่วซึมอย่างต่อเนื่อง จึงปรับเปลี่ยนมาใช้หลังคาซิงเกิ้ลที่เป็นผิวหินเกล็ดผสมกับยางมะตอย(asphalt shingle)

2.ราวจับและลูกกรงไม้
สิ่งที่ดูเหมือนจะขาดไม่ได้สำหรับบ้านสไตล์คันทรีก็คือระเบียงกว้างๆหน้าบ้าน มีชิงช้าไม้แกะสลักหรือโซฟาหวายสักตัวตั้งอยู่โดยระเบียงนั้นมักล้อมรอบด้วยราวจับและลูกกรงไม้กลึงทาสีขาวสะอาดตา ดูโปร่งๆ สบายๆ

3.อิฐโชว์แนว
ผนังก่ออิฐโชว์แนวที่มาคู่กับบ้านสไตล์คันทรีนั้นคล้ายกับอิฐดินเผาก่อโชว์แนวซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบ้านเราอยู่พอสมควรไม่ว่าจะเป็นสีสันหรือขนาด รวมทั้งรูปแบบสไตล์การก่อสลับแนวแบบต่างๆก็ดูใกล้เคียงกัน ในอดีตนั้นอิฐในบ้านเราส่วนใหญ่เป็นงานที่ผลิตขึ้นด้วยมือ

[Back]


 

สไตล์ทรอปิคอล Tropical Style

สำหรับผู้ที่หลงใหลบ้านที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากๆ ชอบได้ยินเสียงนกร้อง เสียงหรีดหริ่งเรไร ก็คงไม่มีรูปแบบใดที่เหมาะสมไปกว่าบ้านสไตล์ทรอปิคอลอีกแล้ว บ้านสไตล์นี้มักสร้างขึ้นบนแนวความคิดที่มุ่งเน้นให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสอดคล้อง สามารถพึ่งพาอาศัยกันและกัน ดังนั้นรูปแบบของบ้านจึงค่อนข้างเปิดโล่งในแทบทุกพื้นที่ใช้สอย อีกทั้งเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นนั้นๆเป็นหลัก

1.หลังคามุงแฝก
แฝกเป็นพืบคลุมดินชนิดหนึ่ง มีลักษณะเหมือนหญ้า ขึ้นเป็นกอแน่น มีความสูงประมาณ 1 เมตร ลักษณะของใบแฝกเป็นใบแคบยาว ปลายใบแหลม เนื้อใบสาก ในบ้านเราสามารถพบได้ง่ายในที่โล่งกลางแจ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณใกล้น้ำหรือแหล่งชุ่มชื้น

2.ฝาไม้ต่างๆ
ฝาไม้เป็นที่ส่วนประกอบที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ทรอปิคัลได้ชัดเจนมาก โดยฝาไม้นั้นมีหลายชนิด ที่นิยมกันก็ได้แก่
- ฝาไม้ไผ่ ซึ่งหากเป็นสไตล์พื้นถิ่นก็ใช้ “ฝาไม้ขัดแตะ”โดยการนำไม้ไผ่ชนิดดี ลำปล้องยาว อายุประมาณ 2-3 ปี โดยนำมาจัดเรียงตามแนวนอนบ้าง แนวตั้งบ้าง ก็ดูสวยงามเป็นธรรมชาติ
- ฝาไม้ระกำ ไม้ระกำมีลักษณะลำต้นยาว ตรง คล้าย ไม้ไผ่ แต่ดูบอบบาง และมีเส้นใยที่ไม่เหนียวนัก ความคงทนจึงสู้ไม้ไผ่ไม่ได้แต่ในแถบชายทะเลหรือเกาะแก่งต่างๆหาไม้ระกำได้ง่ายกว่า

3.ผนังและฝ้าเพดานเสื่อลำแพน
เสื่อลำแพนเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านโดยทั่วไป หาซื้อได้ง่ายมักจัดทำขึ้นโดยกลุ่มแม่บ้านในแต่ละตำบล วัตถุดิบที่ใช้ก็ได้แก่ไม้ไผ่สีสุก ที่นำมาตัดออกเป็นท่อนๆ แล้วเหลาหรือจักออกเป็นเส้นบางๆ เรียกว่า “เส้นตอก”

4.หินทราย
หินทรายเป็นหินธรรมชาติที่พบได้ในแถบภาคอีสานและภาคกลางบางจังหวัด เช่น ราชบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี หินทราย นำมาใช้ในงานสถาปัตยกรรมและประติมากรรมมาตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น การนำมาก่อผนังและแกะสลักเป็นพระพุทธรูปหินทรายเป็นหินที่มีผิวสาก เนื้อหยาบ จับดูแล้วรู้สึกระคายมือเพราะหินทรายประกอบกันด้วยเม็ดทรายละเอียด ในบางแหล่งก็อาจพบว่ามีแร่ชนิดอื่นๆปะปนในเนื้อหิน

5.ศิลาแลง
ศิลาแลงเป็นหินที่นิยมใช้งานในด้านสถาปัตยกรรมมาช้านานเพราะมีแหล่งหินในแทบทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคกลาง ศิลาแลงเป็นหินตะกอนที่เกิดจากการย่อยสลายของหินอัคนี มีเอกลักษณ์ที่มีรูพรุนคล้ายฟองน้ำ

6.หินกาบ
อันที่จริงแลวหินกาบ ก็คือหินชนวน ซึ่งเป็นหินที่เกิดจากการทับถมของชั้นดินเป็นเวลานานจนแข็งตัวเป็นเนื้อหิน เมื่อสังเกตจากด้านข้างแผ่น จึงดูเสมือนการจัดเรียงแผ่นกระดาษขึ้นเป็นชั้นๆ

[Back]
 

โมเดิร์นร่วมสมัย Modern Contemporary Style

จากสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นที่ได้เคยกล่าวกันพอสังเขปในหัวข้อบ้านในสไตล์โมเดิร์น กล่าวได้ว่าสถาปัตยกรรมร่วมสมัยนี้มีเอกลักษณ์ตั้งแต่ยุค 1990 เป็นต้นมา เมื่อนำมาใช้กับบ้านพักอาศัยในยุคนี้ เจ้าของบ้านหลายท่านอาจรู้สึกถึงความแข็งกระด้าง ไม่นุ่มนวล และความเป็นรูปทรงแบบกล่องๆ ก็อาจทำให้ดูแปลกปลอมกับสภาพแวดล้อมที่ต่างก็เป็นบ้านแบบหลังคามุงกระเบื้องกันทั้งนั้น

1.กระเบื้องคอนกรีตผิวเรียบ
กระเบื้องคอนกรีตแบบเดิมที่เห็นเป็นลอนโค้งนูนจนคุ้นตาได้ปรับเปลี่ยนมาสู้กระเบื้องแบบผิวเรียบที่ดูทันสมัยและแต่งต่างไปจากเดิม ซึ่งหากสังเกตง่ายๆ เมื่อมองหลังคาที่มุงด้วยกระเบื้องลอนแบบเดิม

2.วงกบไวนิล
คงไม่มีใครปฏิเสธได้ถึงข้อดีของวงกบไวนิลที่สามารถตีตลาดโดยใช้จุดด้อยของวงกบไม้และวงกบอะลูมีเนียมที่มีคุรภาพต่ำเป็นบันไดก้าวไปสู่การเติบโตในธุรกิจการก่อสร้างในประเทศไทย วัสดุไวนิล หรือ PVC ได้รับการค้นพบตั้งแต่ปี 1920 และพัฒนาปรับปรุงคุณภาพมาโดยตลอด เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานได้หลายประเภท

3.หลังคาสกายไลท์
หลังคาสกายไลท์คือหลังคาที่สามารถให้แสงผ่านลงสู่พื้นที่ด้านล่างได้ โดยทั่วไปวัสดุโปร่งแสงที่ใช้ก็ได้แก่กระจกและแผ่นพอลิคาร์บอเนต ซึ่งมีให้เลือกใช้หลายสี โดยแต่ละสีจะมีคุณสมบัติในการสกัดกั้นความร้อนที่แตกต่างกันออกไป และไม่เพียงแต่วัสดุโปร่งแสงที่มีส่วนสำคัญยังมีเฟรมหรือโครงอีกส่วนที่สำคัญไม่น้อยเลย

4.กระเบื้องปูผนังภายนอก
ผิวผนังภายนอกบ้านที่ดูโล่งเลี่ยนในแบบโมเดิร์นอาจดูว่างเปล่ามากเกินไป ดังนั้นการปรับแต่งให้เป็นบ้านในแบบร่วมสมัยผู้ออกแบบส่วนใหญ่จึงนิยมเลือกตกแต่งและผสมผสานด้วยการปูวัสดุที่มีผิวขรุขระและมีสีเป็นธรรมชาติบนผนังบางส่วนของอาคาร เพื่อลดความโล่งของผนังทาสีปละได้ความรู้สึกแบบขัดแย้ง

[Back]
 
chiangmai construction, รับสร้างบ้านเชียงใหม่, ออกแบบบ้าน เชียงใหม่, รับสร้างบ้านเชียงใหม่, ออกแบบบ้านเชียงใหม่, รับเหมาก่อสร้างเชียงใหม่, สถาปนิก เชียงใหม่
 สถาปนิก เชียงใหม่

PRODEC CENTER LIMITED PARTNERSHIP
Our Service : Home Plan, Home Design, Home Building, Home Decorations, Garden Landscape, Design Addition Building, Contractor
Web Design Chiang Mai, Thailand
webmail

ตกแต่งบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน สำนักงาน ออกแบบบ้าน